สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย
..154 ชั้น 1 อาคารสำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว (กรมการท่องเที่ยว) ถ.พระราม1 แขวง วังใหม่ เขต ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330....โทรศัพท์ : 02-219-2721-2..โทรสาร : 02-219-2723....E-mail: pga_pr@hotmail.com

วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

การสมัครเข้ารับการคัดเลือก มัคคุเทศก์ดีเด่นประจำปี 2558





การสมัครเข้ารับการคัดเลือก         
-       มัคคุเทศก์ยื่นความจำนงด้วยตนเอง หรือ
-       เพื่อนมัคคุเทศก์ที่เห็นว่ามัคคุเทศก์คนใดเป็นผู้ที่สมควรให้เป็นผู้รับการคัดเลือกเป็นมัคคุเทศก์ดีเด่นเป็นผู้ส่งชื่อให้แทน โดยต้องได้รับความสมัครใจจากผู้ถูกเสนอด้วย หรือ
-       องค์กร ชุมชน บริษัท ห้างร้าน สมาคม และชมรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เสนอรายชื่อผู้สมควรได้รับการคัดเลือก หรือ
-       ชมรม สมาคมมัคคุเทศก์ทั้งในส่วนกลาง และภูมิภาค
คุณสมบัติของผู้รับการคัดเลือก
-       มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพมัคคุเทศก์ทุกประเภทตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 ที่ยังไม่หมดอายุ ณ วันที่ยื่นใบสมัครจนถึงวันที่รับมอบรางวัล
-       ปฏิบัติงานในฐานะมัคคุเทศก์ที่ดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติ (Inbound Tourist) และหรือ ดูแลนักท่องเที่ยวชาวไทย (Domestic Tourist)
-       ปฏิบัติงานในฐานะมัคคุเทศก์มาแล้วเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 3 ปี
-       เป็นมัคคุเทศก์ที่สามารถสื่อสารภาษาไทย และภาษาต่างประเทศที่ใช้ในการปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี
ประเภทของผลงานที่จะเข้ารับการคัดเลือก  สามารถเสนอผลงานดีเด่นประกอบการพิจารณาด้านใด ด้านหนึ่ง หรือหลากหลายด้าน ดังต่อไปนี้
-       เป็นมัคคุเทศก์ที่ได้รับคำนิยม และคำชมเชยจากนักท่องเที่ยว หรือหน่วยงาน องค์กร ที่เกี่ยวข้องในการทำปฏิบัติหน้าที่มัคคุเทศก์ที่ดี เป็นลายลักษณ์อักษร รวมทั้งที่ปรากฏในสื่อออนไลน์ เช่น อีเมล์ รวมทั้ง ภาพถ่าย หรือ คลิปวิดีโอ
-       การให้ความช่วยเหลือสังคม ประเทศชาติ ในด้านต่าง ๆ พร้อมแสดงหลักฐาน (ถ้ามี)
-       ผลงานด้านการดูแล อนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการท่องเที่ยว
-       การถ่ายทอดความรู้และทักษะด้านต่าง ๆ ในเชิงวิทยาทานให้แก่บุคลากร หน่วยงาน สถาบัน ไม่ว่าจะเป็นความรู้ด้านภาษา ด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ของประเทศไทย และด้านอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์แก่สังคมมัคคุเทศก์ทั้งในปัจจุบันและอนาคต
-       การนำเสนอรายงานโดยสังเขปถึงปรัชญา แนวทาง หรือวิธีการดำรงสถานภาพในการทำงานที่แสดงได้ถึงการประกอบอาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นตัวอย่างที่ดีในประกอบอาชีพได้อย่างมีคุณธรรม และจรรยาบรรณ
วิธีการรับสมัคร (ตั้งแต่ 1 มีนาคม- 30 มิถุนายน 2558)
ผู้ที่เสนอตนเองหรือเสนอผู้อื่น ให้พิมพ์หรือเขียนประวัติส่วนตัวในกระดาษขนาด A 4 ไม่จำกัดจำนวนหน้า ทั้งนี้ ตามแต่จะเห็นสมควรและเหมาะสม พร้อมทั้งหลักฐานที่จะเสนอผลงานดีเด่นที่ตนเองหรือผู้อื่นที่เสนอเห็นว่าเป็นสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อการนำเสนอคณะกรรมการเพื่อประกอบการพิจารณาคัดเลือก พร้อมสำเนาจำนวน 1 ชุด และรูปถ่าย 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป ส่งเองโดยตรงหรือไปรษณีย์ลงทะเบียนไปที่     
                 เลขานุการคณะกรรมการตัดสินรางวัลมัคคุเทศก์ดีเด่น ประจำปี 2558
                 สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย
                 เลขที่ 154 อาคารกรมการท่องเที่ยว (ภายในสนามกีฬาแห่งชาติ)
                 ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพ ฯ 10330
การพิจารณาตัดสินจะพิจารณาผลงานที่ส่งมา และสัมภาษณ์ โดยจะดำเนินการตั้งแต่เดือน กรกฎาคม   กันยายน 2558 เฉพาะผู้ได้รับการพิจารณาคัดเลือกในเบื้องต้นเท่านั้นที่จะได้รับการสัมภาษณ์
รางวัลที่ผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นมัคคุเทศก์ดีเด่น ประจำปี 2558
สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย กำหนดคัดเลือกมัคคุเทศก์ดีเด่นจำนวนไม่เกิน 40 คน โดยรางวัลที่จะมอบให้กับผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นมัคคุเทศก์ดีเด่น ประจำปี 2558 ประกอบด้วย
1. โล่สัญลักษณ์ และ ใบประกาศเกียรติคุณ
2. ร่วมเดินทางเพื่อให้รู้จักโครงการและศึกษาแหล่งท่องเที่ยว สถานที่ต่าง ๆ ที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ครั้งที่ 10 ประจำปี 2558 รายการ 3 วัน 2 คืน
3. การขึ้นทะเบียนมัคคุเทศก์ดีเด่นและประชาสัมพันธ์ในหนังสือและเว็บไซต์สมาคม      
4. เสื้อมัคคุเทศก์ดีเด่นพร้อมปักสัญลักษณ์จากสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย

วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2558

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2558

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (21 มิถุนายน พ.ศ. 2405 – 1 ธันวาคม พ.ศ. 2486) เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 57 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาชุ่ม เมื่อวันเสาร์ แรม 9 ค่ำ เดือน 7 ปีจอ ตรงกับวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2405 พระองค์ยังทรงเป็นต้นราชสกุลดิศกุล

พระประวัติ

ประสูติ

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 57 ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาชุ่ม ภายในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2405 พระองค์ได้รับพระราชทานพระนามจากสมเด็จพระบรมชนกนาถเมื่อวันสมโภชเดือน โดยมีรายละเอียดว่า[1]
"สมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าแผ่นดินสยามผู้พระบิดา ขอตั้งนามกุมารบุตรที่เกิดแต่ชุ่มเล็กเป็นมารดานั้น และซึ่งคลอดในวันเสาร์ แรม 9 ค่ำ เดือน 7 ปีจอจัตวาศกนั้น ว่าดังนี้ พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร นาคนาม ขอจงเจริญชนมายุ วรรณ สุข พล ปฏิภาณ สรรพสิริสวัสดิพิพัฒนมงคลทุกประการ สิ้นกาลนานต่อไปเทอญ"
ชาววังโดยทั่วไป เรียกกันว่า "พระองค์ดิศ" โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงนำเอานามของพระอัพภันตริกามาตย์ (ดิศ โรจนดิศ) ซึ่งเป็นบิดาของเจ้าจอมมารดาชุ่มมาตั้งพระราชทาน เนื่องจากทรงพระราชดำริว่าท่านเป็นคนซื่อตรง[2]

ทรงศึกษา

พระองค์ทรงเริ่มเรียนหนังสือไทยชั้นต้นจากสำนักคุณแสงและคุณปาน ราชนิกุล ในพระบรมมหาราชวัง ทรงศึกษาภาษาอังกฤษในโรงเรียนหลวง ซึ่งมีมิสเตอร์ ฟรานซิส ยอร์ช แพตเตอร์สัน เป็นพระอาจารย์
  • พ.ศ. 2418 เมื่อมีพระชนม์ได้ 13 พรรษา ได้ผนวชเป็นสามเณรที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม สมเด็จกรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ และประทับจำพรรษาที่วัดบวรนิเวศวิหาร
  • พ.ศ. 2420 ทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยทหารบก ได้รับพระราชทานยศเป็นนายร้อยตรีทหารมหาดเล็ก บังคับกองแตรวง พระชนมายุได้ 15 ปี

สิ้นพระชนม์

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2486 ที่วังวรดิศ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ สิ้นพระชนม์ รวมพระชนม์มายุได้ 81 พรรษา
ได้ทรงประกอบพระกรณียกิจด้านต่าง ๆ และทรงเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถึงขนาดตรัสชมพว่า ทรงเป็นเสมือน "เพชรประดับพระมหาพิชัยมงกุฎ"

พระกรณียกิจ


สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงฉายกับ เจ้าจอมมารดาชุ่ม ในรัชกาลที่ 4
  • พ.ศ. 2422 ได้รับพระราชทานยศเป็นนายร้อยโท ผู้บังคับการทหารม้า ในกรมทหารมหาดเล็กและในปีเดียวกันนี้ได้รับพระราชทานยศเป็น นายร้อยเอก ราชองค์รักษ์ประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระชนมายุได้ 17 ปี
  • พ.ศ. 2423 ได้รับพระราชทานยศเลื่อนเป็นนายพันตรี ผู้สนองพระบรมราชโองการ ว่าการกรมทหารมหาดเล็ก
  • พ.ศ. 2424 โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปสังกัดกรมทหารปืนใหญ่ ซึ่งเรียกกันในสมัยนั้นว่า "กรมกองแก้วจินดา" ทรงจัดตั้งโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ
  • พ.ศ. 2425 ผนวชเป็นพระภิกษุ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ เป็นพระ อุปัชฌาย์ และประทับจำพรรษาที่วัดนิเวศธรรมประวัติ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  • พ.ศ. 2428 โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปเป็นผู้บังคับการทหารมหาดเล็ก และได้รับพระราชทานยศเป็นนายพันโท
  • พ.ศ. 2429 โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระสุพรรณบัฎ และทรงประกาศแต่งตั้งให้ดำรงพระอิสริยยศ เป็น "กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ"
  • พ.ศ. 2430 โปรดเกล้าฯ ให้เป็นผู้บัญชาการทหารบก
  • พ.ศ. 2431 ได้รับพระราชทานยศเป็นนายพลตรี
  • พ.ศ. 2432 โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายจากงานฝ่ายทหารไปปฏิบัติงานทางพลเรือน ทรงเป็นผู้กำกับ กรมธรรมการ
  • พ.ศ. 2433 โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนขึ้นเป็นอธิบดีกรม ศึกษาธิการ
  • พ.ศ. 2435- 58 โปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งเสนาบดี กระทรวงมหาดไทย
  • พ.ศ. 2442 โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนพระอิสริยยศเป็น "กรมหลวงดำรงราชานุภาพ"
  • พ.ศ. 2454 โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนพระอิสริยยศ เป็น "กรมพระดำรงราชานุภาพ"
  • พ.ศ. 2458 ดำรงตำแหน่งนายกหอพระสมุดสำหรับ พระนคร
  • พ.ศ. 2466 ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมุรธาธร และเป็นนายพลเอก
  • พ.ศ. 2468 ดำรงตำแหน่งอภิรัฐมนตรี
  • พ.ศ. 2469 ดำรงตำแหน่งนายก ราชบัณฑิตยสภา
  • พ.ศ. 2472 โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อน พระอิสริยยศเป็น "สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ"

พระอิสริยยศ

  • พ.ศ. 2405 พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร
  • พ.ศ. 2411 พระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร
  • พ.ศ. 2429 พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ (ทรงศักดินา 15000)[3]
    • เจ้ากรม-หมื่นดำรงราชานุภาพ (ศักดินา 600)
    • ปลัดกรม-หมื่นปราบบรพล (ศักดินา 400)
    • สมุห์บาญชี-หมื่นสกลคณารักษ์ (ศักดินา 300)
  • พ.ศ. 2442 พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงดำรงราชานุภาพ (ทรงศักดินา 15000)
    • เจ้ากรม-หลวงดำรงราชานุภาพ (ศักดินา 600)
    • ปลัดกรม-ขุนปราบบรพล (ศักดินา 400)
    • สมุห์บาญชี-หมื่นสกลคณารักษ์ (ศักดินา 300)
  • พ.ศ. 2454 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระดำรงราชานุภาพ อิสสริยลาภบดินทร์ สยามพิชิตินทรวโรปการ มโหฬารราชกฤตยานุสร อาทรประพาสการสวัสดิ์ วรรัตนปัญญาศึกษาพิเศษ นรินทราธิเบศบรมวงศ์อดิศัย ศรีรัตนตรัยคุณธาดา อุดมเดชานุภาพบพิตร (ทรงศักดินา 15000)[4]
    • เจ้ากรม-พระดำรงราชานุภาพ (ศักดินา 800)
    • ปลัดกรม-หลวงปราบบรพล (ศักดินา 600)
    • สมุห์บาญชี-ขุนสกลคณารักษ์ (ศักดินา 400)
  • พ.ศ. 2472 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ อิสสริยลาภบดินทร สยามวิชิตินทรวโรปการ มโหฬารรัฐประศาสน์ ปิยมหาราชนรานุศิษย์ ไพศาลราชกฤตยการี โบราณคดีปวัติศาสตรโกศล คัมภีรพนธ์นิรุกติปฏิภาน ราชบัณฑิตวิธานนิติธรรมสมรรถ ศึกษาภิวัธปิยวาที ขันติสัตยตรีสุจริตธาดา วิมลรัตนปัญญาอาชวาศรัย พุทธาทิไตรสรณาทร พิเศษคุณาภรณ์ธรรมิกนาถบพิตร (ทรงศักดินา 35000)[5]
    • เจ้ากรม-พระยาดำรงราชานุภาพ (ศักดินา 1000)
    • ปลัดกรม-พระปราบบรพล (ศักดินา 800)
    • สมุห์บาญชี-หลวงสกลคณารักษ์ (ศักดินา 500)

พระโอรสและพระธิดา

พระองค์มีพระโอรส-ธิดาทั้งหมด 37 องค์ สิ้นชีพิตักษัยตั้งแต่ทรงพระเยาว์ก่อน 1 ปี 4 องค์ เหลือ 33 องค์

หม่อมเฉื่อย ยมาภัย


กรมพระยาดำรงราชานุภาพ กับพระธิดา คือหม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย หม่อมเจ้าหญิงพิไลยเลขา และหม่อมเจ้าหญิงพัฒนายุ
พระองค์มีพระโอรส-ธิดากับหม่อมเฉื่อยทั้งหมด 10 องค์ คือ

หม่อมนวม โรจนดิศ

พระองค์มีพระโอรส-ธิดากับหม่อมนวมทั้งหมด 5 องค์ คือ

หม่อมลำดวน วสันตสิงห์ (2420-2511)

พระองค์มีพระโอรส-ธิดากับหม่อมลำดวนทั้งหมด 7 องค์ คือ

หม่อมแสง ศตะรัตน์

พระองค์มีพระโอรส-ธิดากับหม่อมแสงทั้งหมด 6 องค์ คือ

หม่อมเจิม สนธิรัตน์

พระองค์มีพระโอรส-ธิดากับหม่อมเจิมทั้งหมด 8 องค์ คือ

หม่อมอบ สุขไพบูลย์

พระองค์มีพระโอรส-ธิดากับหม่อมอบเพียงองค์เดียว คือ

หม่อมหลวงหญิงใหญ่ อิศรเสนา (นามเดิม หม่อมหลวงหญิงลำดวน อิศรเสนา)

พระองค์มีพระโอรส-ธิดากับ หม่อมหลวงหญิงใหญ่ ดิศกุล (อิศรเสนา) (นามเดิม หม่อมหลวงหญิงลำดวน อิศรเสนา) (บุตรีคนโตของหม่อมเทวาธิราช (หม่อมราชวงศ์แดง อิศรเสนา)) เพียง 2 องค์ คือ

หม่อมหยาด กลัมพากร

พระองค์มีพระโอรส-ธิดากับหม่อมอบเพียงองค์เดียว คือ
นอกจากนั้นพระองค์ยังทรงมีหม่อมที่ไม่ได้ประสูติพระโอรสธิดาอีก 3 คน คือ หม่อมเป๋า หม่อมเยื้อน และ หม่อมเพิ่ม

พระราชานุสาวรีย์


พระราชานุสาวรีย์ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ บริเวณหน้าศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย
กระทรวงมหาดไทย ได้จัดสร้างพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ในลักษณะประทับนั่ง บริเวณด้านหน้าศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย ถนนอัษฎางค์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ

วันดำรงราชานุภาพ

วันดำรงราชานุภาพ ตรงกับวันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปี กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการระลึกถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าดิศวรกุมาร กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ตรงกับวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของพระองค์ สืบเนื่องจากการที่พระองค์เป็นบุคคลไทยพระองค์แรกที่ได้รับการยกย่องจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก เมื่อปี พ.ศ. 2505 และทรงได้รับการถวายพระนามเป็น "พระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย"

วันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2557

บทความจากใจท่านนายกสมาคมฯ.

บทความจากใจท่านนายกสมาคมฯ.
ตัวอย่างเปรียบเทียบที่เราเคยได้ยินบ่อย ๆ คือ สอนให้คนตกปลา ดีกว่าซื้อปลาให้เขากิน นี่พูดถึงในความหมายให้คนมีความรู้ ความเข้าใจ ที่จะสร้างภูมิคุ้มกันให้กับการดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาท เราพยายามพูดถึงประโยชน์ในการเป็นสมาชิกสมาคมทุกที่ทุกแห่งด้วยความห่วงใยใน สถานภาพของอาชีพไกด์ แต่สิ่งที่ได้รับคำตอบกลับมามีอะไรบ้าง หลายท่านคงทราบกันดี ไกด์กว่า 50,000 กว่าคนที่จดทะเบียน เอาแค่ประมาณ 50% เพียง 25,000 คน เป็นสมาชิกสมาคม 2,000 กว่าคน หากเราต้องรับผิดชอบคนเป็นไกด์ในส่วน 25,000 คน เมื่อเปรียบเทียบกับสมาชิก 2,000 กว่าคน หากสภาพเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ กรรมการเพียงหยิบมือจะรับได้อีกกี่มากน้อย ผมเข้าใจความรู้สึกและความหวังดีของทุกท่าน แต่ผมคิดว่าต้องคำนึงถือหลักการที่ต้องไม่กระทบต่อบทบาทความรับผิดชอบตามข้อ บังค้บสมาคม ผมเคยพูดเสมอว่าการช่วยเหลือพวกเราชาวไกด์คือช่วยกันรณรงค์ให้มาเป็นสมาชิก สมาคม และสหกรณ์ รวมทั้งกองทุนฌาปนกิจฯ นั่นคือการสร้างภูมิคุ้มกันและการแนะนำวิธีการตกปลาให้ ซึ่งมีคุณอนันต์ต่อสถาพภาพอนาคตของมัคคุเทศก์เป็นอย่างยิ่ง ยิ่งไกด์อาวุโสยิ่งต้องตระหนักต่อความเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับไกด์รุ่นหลัง ๆ ต้องคิดถึงความสามัคคีและความเป็นพลังที่แข็งแกร่งที่จะสะท้อนเป็นประโยชน์ ต่อตนเองและเพื่อนร่วมอาชีพเป็นส่วนรวม one for all, all for one หรือ คน ๆ หนึ่งทำเพื่อส่วนรวม ส่วนรวมจะย้อนกลับสู่ส่วนตน อย่าคาดหวังประโยชน์ในการทำเพื่อสังคม แต่ที่สุดสังคมไม่ทอดทิ้ง จะกลับมาดูแลเราอย่างแน่นอน วันนี้เรายังไม่เป็นสภามัคคุเทศก์ ที่บังคับให้ทุกคนเป็นสมาชิกไม่ได้ เมื่อใดที่เราเป็นสภามัคคุเทศก์ เรื่องความช่วยเหลือต่าง ๆ ก็ไม่เป็นปัญหาว่าใครเป็นสมาชิกหรือไม่ เพราะทุกคนมาอยู่ภายใต้ร่มหลังคาเดียวกัน ดังนั้น หากจะคิดช่วยเพื่อนร่วมอาชีพกันจริง ๆ ช่วยกันรณรงค์ให้คนในชมรมต่างๆ มาเป็นสมาชิกสมาคม และสหกรณ์ ฯ ดีกว่าครับ เพราะนั่นคือ การให้เพื่อนเรามีภูมิคุ้มกันที่ยั่งยืน และหรือมีปลากินตลอด โดยไม่ต้องรอว่าใครจะเอาปลามาให้ เพราะรู้วิธีตกปลาแล้ว ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยแสดงน้ำใจต่อเพื่อนในอาชีพ และสิ่งที่ทำอยู่ผมก็ไม่คัดค้าน แต่เพื่อทราบว่าผมคิดอะไร เพื่อความเข้าใจอันดีต่อเพื่อน ๆ คณะกรรมการ เพราะพวกเราก็เพิ่งประชุมเปลี่ยนระเบียบสวัสดิการแล้วด้วย และในฐานะผู้นำองค์กรไม่อยากจะแสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ที่สร้างความสับสนให้ กรรมการอีกหลาย ๆ ท่าน ในบรรทัดฐานที่ต้องคำนึงถึงมาตรฐานที่ต้องปฏิบัติในแนวเดียวกันต่อ มัคคุเทศก์ทุกคนทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก แต่ชมรม แต่ละชมรมน่าจะแสดงออกได้ดีกว่า ส่วนสมาคมอยากให้เป็นในลักษณะช่วยรณรงค์เป็นสมาชิกดีกว่าครับ สมาคมตั้งมาเกือบ 40 ปีแล้ว ทำอะไรมาให้เยอะแยะ ยังต้องแสดงน้ำใจอีกกี่ปี ถึงจะยอมมาเป็นสมาชิกครับ เราจะปล่อยให้เกิดการสูญเสียก่อนแล้วให้แสดงน้ำใจเพื่อให้มาเป็นสมาชิกหรือ แล้วอย่างนี้เราต้องรอเพื่อนไกด์ที่ประสบชะตากรรมแล้วไม่ได้เป็นสมาชิกอีก กี่คนจึงจะได้ใจกันมาเองทุกคน อีกกี่ปี? ผมเสียใจที่ไม่อาจเรียกร้องให้ไกด์ทุกคนมาเป็นสมาชิกได้อย่างมีจิตสำนึก และได้มีโอกาสช่วยเหลือเขาได้เมื่อประสบปัญหา เพราะผมและเพื่อนกรรมการชุดนี้คงไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าเพื่อรอช่วยเหลือคนไม่ ได้เป็นสมาชิก แต่สมาคมและสภามัคคุเทศก์ที่หากเกิดขึ้นได้ต่างหากที่จะช่วยเขาเหล่านี้และ กับมัคคุเทศก์ทุก ๆ คน เราได้นำอาหารมาให้ทุกท่านแล้ว (สมาคม พร้อมสวัสดิการบางส่วน, สหกรณ์ฯ เงินออมและเงินกู้, กองทุนฌาปนกิจ ฯ เพื่อความมั่นคงในชีวิตของครอบครัว และอนาคตสภามัคคุเทศก์) โปรดช่วยกันรณรงค์ให้เขาทั้งหลายมาตักทานกันเองบ้างเถอะครับ ...จากใจจริงของกระผม......วิโรจน์ สิตประเสริฐนันท์ ...

Once in a Lifetime